Rybelsus หรือ Ozempic สำหรับการลดน้ำหนัก: ควรเลือกอันไหนดี?
จุดสำคัญ
• ทั้ง Rybelsus และ Ozempic มีส่วนประกอบสำคัญคือเซมากลูไทด์
• Rybelsus มีจำหน่ายในรูปแบบยาเม็ด ส่วน Ozempic มีจำหน่ายในรูปแบบยาฉีด
• ทั้ง Rybelsus และ Ozempic ได้รับการรับรองจาก FDA ให้ใช้รักษาผู้ใหญ่ที่เป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 2 แต่ไม่ได้รับการอนุมัติให้ใช้ลดน้ำหนัก
• ในการทดลองทางคลินิกแยกกัน ผู้ป่วยลดน้ำหนักได้ถึง 3.7 กิโลกรัม (8 ปอนด์) ในระยะเวลา 26 สัปดาห์หลังรับประทาน Rybelsus และลดน้ำหนักได้ถึง 4.7 กิโลกรัม (10 ปอนด์) ในระยะเวลา 30 สัปดาห์หลังรับประทาน Ozempic
เปรียบเทียบยากลุ่ม GLP-1 สำหรับการลดน้ำหนักและการดูแลเบาหวาน
Rybelsus และ Ozempic คืออะไร?
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ยากลุ่ม GLP-1 Receptor Agonist ได้รับความสนใจอย่างมาก ทั้งในแง่การควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด และประโยชน์ด้านการลดน้ำหนักในผู้ที่เหมาะสม หนึ่งในยาที่ถูกพูดถึงมากที่สุดคือ Rybelsus และ Ozempic ซึ่งทั้งสองชนิดมีสารสำคัญคือ Semaglutide (เซมากลูไทด์) โดยได้รับการรับรองจากองค์การอาหารและยา (FDA) สำหรับการรักษาเบาหวานชนิดที่ 2 และมีงานวิจัยเพิ่มเติมเกี่ยวกับประโยชน์ด้านหัวใจและไต
บทความนี้ วาชิคลินิกโคราช รวบรวมข้อมูลที่ถูกต้อง ปลอดภัย ครบถ้วน และเป็นกลาง เพื่อให้คุณใช้ประกอบการตัดสินใจร่วมกับแพทย์ได้อย่างเหมาะสมที่สุด
Rybelsus และ Ozempic คือยาอะไร?
1) จุดร่วม
ทั้งสองชนิดเป็นยาในกลุ่ม GLP-1 Receptor Agonist
ใช้รักษาโรคเบาหวานชนิดที่ 2
มีสารออกฤทธิ์ตัวเดียวกันคือ Semaglutide
ผลลัพธ์ด้านการลดความอยากอาหารและช่วยให้อิ่มนานขึ้นพบได้ในบางราย
บางการศึกษาพบว่าสามารถช่วยให้ผู้ป่วยมีน้ำหนักลดลง แต่ ไม่ใช่ยาลดน้ำหนักที่ได้รับอนุญาตในประเทศไทย
2) ความแตกต่างหลัก
|
คุณสมบัติ |
Rybelsus |
Ozempic |
|
รูปแบบ |
ยาเม็ดรับประทาน |
ยาฉีดสัปดาห์ละครั้ง |
|
การดูดซึม |
ประมาณ 0.4–1% |
ประมาณ 89% |
|
ความสะดวก |
รับประทานทุกวัน |
ฉีดสัปดาห์ละครั้ง |
|
เหมาะกับใคร |
ไม่ชอบการฉีด |
ต้องการประสิทธิภาพการดูดซึมสูงกว่า |
การใช้ Rybelsus และ Ozempic เพื่อควบคุมน้ำหนัก
แม้ทั้งสองชนิด ไม่ได้รับการอนุมัติให้ใช้เป็นยาลดน้ำหนักโดยตรง แต่จากการทดลองทางคลินิกพบว่า ผู้ใช้ยาอาจมีการลดน้ำหนักร่วมด้วย เนื่องจาก:
กลไกช่วยเรื่องน้ำหนัก
• ชะลอการล้างกระเพาะ ทำให้อิ่มนาน
• ลดความอยากอาหาร
• ลดปริมาณแคลอรี่ที่รับประทาน
ข้อมูลการลดน้ำหนักจากงานวิจัย
• Rybelsus: ลดได้เฉลี่ย ถึง 3.7 กก. ใน 26 สัปดาห์
• Ozempic: ลดได้เฉลี่ย ถึง 4.7 กก. ใน 30 สัปดาห์
• งานวิจัยสังเกตพบว่าทั้งสองตัวให้ผลใกล้เคียงกันใน 6 เดือน
วิธีใช้ยาอย่างถูกต้อง (ภายใต้การดูแลแพทย์เท่านั้น)
Rybelsus
• ต้องรับประทานตอนท้องว่าง
• ก่อนอาหารหรือเครื่องดื่มอย่างน้อย 30 นาที
• กลืนทั้งเม็ด ไม่เคี้ยว ไม่บด
• มีหลายระดับโดส ขึ้นอยู่กับแผนการรักษาของแพทย์
Ozempic
• ฉีดเข้าใต้ผิวหนังสัปดาห์ละครั้ง
• ไม่จำเป็นต้องฉีดพร้อมอาหาร
• มี 4 ระดับโดส แพทย์จะเป็นผู้ปรับตามความจำเป็น
ผลข้างเคียงของ Rybelsus และ Ozempic
ผลข้างเคียงทั่วไป
• คลื่นไส้
• อาเจียน
• ปวดท้อง
• เบื่ออาหาร
• ท้องเสีย หรือท้องผูก
ผลข้างเคียงร้ายแรงที่พบได้น้อย
• ตับอ่อนอักเสบ
• ภาวะน้ำตาลต่ำ (โดยเฉพาะหากใช้ร่วมกับยาบางชนิด)
• ปัญหาการมองเห็น
• ความผิดปกติของไต
• ปัญหาเกี่ยวกับถุงน้ำดี
• ลำไส้อุดตัน
• ความเสี่ยงเรื่องเนื้องอกต่อมไทรอยด์ในสัตว์ทดลอง (ยังไม่ยืนยันในมนุษย์)
ข้อควรหลีกเลี่ยง
• หญิงตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร
• ผู้ที่มีประวัติมะเร็งต่อมไทรอยด์ชนิดเฉพาะในครอบครัว
เคล็ดลับให้เห็นผลเร็วขึ้น
• เน้นการกิน โปรตีนทุกมื้อ
• หลีกเลี่ยง “น้ำตาลเหลว” เช่น ชานม น้ำอัดลม น้ำผลไม้
• นอนให้พอวันละ 7–8 ชั่วโมง
• ไม่ชั่งน้ำหนักบ่อยเกินไป (จะทำให้เครียด)
• ไม่เพิ่มขนาดยาด้วยตัวเอง—ให้แพทย์เป็นผู้กำหนดเท่านั้น
ค่าใช้จ่ายโดยประมาณ ที่ วาชิคลินิกโคราช
ราคาจะแตกต่างกันไปตามประเทศและระบบประกัน — ตัวเลขด้านล่างเป็นค่าเฉลี่ยสากลเพื่อให้เข้าใจภาพรวมเท่านั้น
• Rybelsus: ประมาณ 9,700 .- / กล่อง
• Ozempic: ประมาณ 11,000.- / ด้าม
เปลี่ยนจาก Ozempic ไปเป็น Rybelsus ได้หรือไม่?
สามารถเปลี่ยนได้ แต่ต้องอยู่ภายใต้คำแนะนำของแพทย์เท่านั้น
ส่วนใหญ่จะแนะนำให้เริ่มใช้ Rybelsus 1 สัปดาห์หลังหยุด Ozempic (ขึ้นกับโดสและแผนการรักษา)
ควรเลือก Rybelsus หรือ Ozempic ดี?
Rybelsus อาจเหมาะกว่า หาก
• กลัวเข็ม
• รับประทานยาเม็ดได้ง่ายกว่า
• ต้องการแบบพกพา ไม่ต้องแช่เย็น
• ต้องการควบคุมน้ำหนักแบบพอประมาณ
Ozempic อาจเหมาะกว่า หาก
• ต้องการผลด้านการควบคุมระดับน้ำตาลที่เสถียรกว่า
• ไม่กังวลกับการฉีดยาสัปดาห์ละครั้ง
• มีโรคไตเรื้อรัง
• ยารับประทานไม่ได้ผลเพียงพอ
• ต้องการผลลดน้ำหนักที่มากกว่าในบางราย
คำแนะนำจากวาชิคลินิกโคราช
ยาในกลุ่ม GLP-1 เช่น Rybelsus และ Ozempic ต้องใช้ภายใต้การดูแลของแพทย์เท่านั้น เนื่องจากต้องมีการประเมินประวัติสุขภาพ ความเสี่ยงโรคประจำตัว ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น รวมถึงการติดตามผลต่อเนื่อง
การลดน้ำหนักที่ปลอดภัยควรเป็นการประเมินแบบองค์รวม เช่น อาหาร การออกกำลังกาย และสุขภาพองค์รวม ร่วมกับการใช้ยาเฉพาะรายที่เหมาะสมเท่านั้น
หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับทางเลือกการลดน้ำหนักอย่างปลอดภัยในโคราช สามารถปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่วาชิคลินิกได้โดยตรง
ฉีดปากกาลดน้ำหนักโคราช ที่ไหนดี?
1. ต้องมีแพทย์ประเมินก่อนทุกเคส
ปากกาควบคุมน้ำหนักเป็นยาที่ต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์เท่านั้น ผู้รับบริการควรได้รับการ
• ซักประวัติ
• ตรวจร่างกาย
• ประเมิน BMI / ไขมัน / ภาวะแทรกซ้อน
เพื่อให้แน่ใจว่าเหมาะกับการใช้โปรแกรมนี้
2. ใช้ยาถูกต้องตามมาตรฐาน ไม่มั่วชื่อยี่ห้อ
ตามข้อกำหนดของแพทยสภา คลินิกไม่ควรโฆษณาระบุชื่อยารุ่น/ยี่ห้อเฉพาะเจาะจง ดังนั้นคลินิกที่ดีจะใช้คำว่า
• โปรแกรมควบคุมน้ำหนักแบบฉีด
• ปากกาควบคุมความอยากอาหาร
แทนการระบุชื่อยาตรง ๆ
3. มีการติดตามผล ไม่ใช่แค่ “ฉีดแล้วจบ”
โปรแกรมที่ดีต้องมีการติดตาม เช่น
• ปรับระดับโดส
• ประเมินอาการข้างเคียง
• ให้คำแนะนำด้านการกินและการออกกำลังกาย
4. ความน่าเชื่อถือ และรีวิวจากผู้ใช้จริง
ควรดูรีวิวจากลูกค้าในพื้นที่โคราช เพราะจะช่วยให้เห็นประสบการณ์จริงและความพึงพอใจ
Wachi Clinic โคราช — คลินิกยอดนิยมสำหรับผู้ที่มองหาปากกาลดน้ำหนักในโคราชแบบปลอดภัย
Wachi Clinic เป็นคลินิกเสริมความงามและดูแลรูปร่างครบวงจร ตั้งอยู่ในโคราช ให้บริการ
• โปรแกรมควบคุมน้ำหนักแบบฉีด
• โปรแกรมปรับพฤติกรรมการกิน
• การดูแลโดยแพทย์ประจำคลินิก
• ขั้นตอนประเมินสุขภาพก่อนเริ่มโปรแกรม
• ให้คำแนะนำด้านโภชนาการและไลฟ์สไตล์ร่วมด้วย
จุดเด่นของวาชิคลินิก
✔ บริการโดยแพทย์จริงทุกเคส
✔ มีการติดตามอาการอย่างต่อเนื่อง
✔ ให้ข้อมูลการใช้งานที่ถูกต้องและเข้าใจง่าย
✔ สถานที่สะอาด เครื่องมือได้มาตรฐาน
✔ ราคาชัดเจน ไม่บวกราคาแอบแฝง
เหมาะสำหรับคนที่ต้องการตัวช่วยควบคุมความอยากอาหารอย่างปลอดภัย และต้องการแพทย์ดูแลในเมืองโคราชโดยตรง
สรุป : ฉีดปากกาลดน้ำหนักโคราช ที่ไหนดี?
เลือกคลินิกที่ แพทย์ดูแลจริง ปลอดภัย มีการติดตามผลชัดเจน และใช้คำโฆษณาที่ถูกต้องตามข้อกำหนด วาชิคลินิกเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่ได้รับความนิยมในโคราช ด้วยบริการและสูตรการดูแลที่เหมาะกับแต่ละบุคคลอย่างแท้จริง
ผลงาน โปรแกรมวิตามินผิว
นัดหมายปรึกษาแพทย์ จองคิวรับบริการกับ WachiClinic
เพื่อความสะดวกในการเข้ารับบริการสามารถติดต่อช่องทางดังนี้