วิธีลดไขมัน

วิธี กำจัดไขมันส่วนเกิน ดูแลตัวเองเพื่อสุขภาพและรูปร่างที่ดี

ไขมันส่วนเกิน เป็นอีกปัญหาที่แก้ไขได้ยากสำหรับหลาย ๆ คน โดยเฉพาะพฤติกรรมของคนในปัจจุบันที่นั่งทำงานอยู่กับที่ รับประทานแปรรูป และ ไม่ค่อยออกกำลังกาย เป็นสาเหตุที่ทำให้มีไขมันส่วนเกินที่ลดได้ยาก หรือเป็นโรคอ้วนได้ในอนาคต


ไขมันส่วนเกิน คืออะไร? — คู่มือฉบับละเอียดสำหรับคนอ้วนที่อยากลดน้ำหนักด้วยตัวเองแบบปลอดภัย

ทำความเข้าใจไขมันส่วนเกิน (Subcutaneous & Visceral) สาเหตุ ผลกระทบต่อสุขภาพ และ 15 วิธีลดไขมันอย่างได้ผล ทั้งวิธีธรรมชาติและหัตถการ เช่น Cooltech Define พร้อมคำแนะนำสำหรับคนอ้วนที่ต้องการเริ่มเปลี่ยนแปลงวันนี้

สำหรับคนอ้วนหรือผู้ที่มีไขมันส่วนเกิน การเริ่มต้นดูแลตัวเองอาจสับสนเพราะข้อมูลมีมากมาย บทความนี้รวบรวมความรู้พื้นฐานทางการแพทย์ สาเหตุ วิธีปฏิบัติที่พิสูจน์ได้จริง และตัวเลือกหัตถการที่เหมาะกับคนอ้วน เพื่อให้คุณตัดสินใจได้ชัดเจน ปลอดภัย และยั่งยืน


ไขมันส่วนเกินมีกี่ประเภท? และต่างกันอย่างไร

1. Subcutaneous fat (ไขมันใต้ผิวหนัง)

  • อยู่ใต้ผิวหนังทั่วไป พบที่ต้นขา สะโพก ต้นแขน หน้าท้อง ใบหน้า และคอ
  • มักเป็นสาเหตุให้สัดส่วนไม่กระชับ แต่ไม่อันตรายเท่าไขมันในช่องท้อง

2. Visceral fat (ไขมันในช่องท้อง / ไขมันรอบอวัยวะ)

  • สะสมรอบอวัยวะภายใน เช่น ตับ ลำไส้ หัวใจ
  • มีความเกี่ยวข้องกับความเสี่ยงต่อโรคเมตาบอลิกสูง เช่น เบาหวานชนิดที่ 2 โรคหัวใจ ภาวะไขมันพอกตับ และภาวะอักเสบเรื้อรัง
  • ลดได้ยากกว่าและเป็นอันตรายต่อสุขภาพมากกว่า

สาเหตุการเกิดไขมันส่วนเกิน

  1. กรรมพันธุ์ — พันธุกรรมมีบทบาทในการกระจายไขมันและความไวต่อฮอร์โมนการเผาผลาญ
  2. เพศและอายุ — อัตราการเผาผลาญลดลงเมื่ออายุมากขึ้น ผู้ชายมักสะสมไขมันช่องท้อง ผู้หญิงมักสะสมรอบสะโพก/ต้นขา (โดยเฉพาะช่วงก่อนวัยหมดประจำเดือน)
  3. พฤติกรรมการกิน — รับพลังงานเกินความต้องการประจำวัน โดยเฉพาะอาหารแปรรูป น้ำตาล และไขมันทรานส์
  4. พลังงานออกน้อย/นั่งมาก — ชีวิตที่ไม่เคลื่อนไหวลดการใช้พลังงานพื้นฐาน
  5. การนอนและความเครียด — นอนน้อยและความเครียดเรื้อรังทำให้ฮอร์โมนควบคุมน้ำหนักผิดปกติ (เช่น คอร์ติซอล อินซูลิน)
  6. โรคหรือยาบางชนิด — ภาวะไทรอยด์ต่ำ ยาบางกลุ่มสามารถเพิ่มน้ำหนักได้

ไขมันส่วนเกิน อันตรายไหม ?

  • เพิ่มความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือด
  • ความดันโลหิตสูง เบาหวานชนิดที่ 2 ภาวะไขมันพอกตับ
  • ผลต่อระบบฮอร์โมนและการอักเสบเรื้อรัง ซึ่งอาจสัมพันธ์กับความเสี่ยงโรคทางสมอง เช่น อัลไซเมอร์ โดยเฉพาะ ไขมันในช่องท้อง (visceral) มีผลทางพยาธิวิทยามากที่สุด

หลักคิดก่อนเริ่มลดไขมันสำหรับคนอ้วน

  • ตั้งเป้าหมายที่ สมจริง (เช่น ลด 0.5–1 กก./สัปดาห์)
  • ให้ความสำคัญกับ การปรับพฤติกรรมระยะยาว มากกว่าการลดเร็วแต่กลับมาโยโย่
  • ตรวจสุขภาพพื้นฐานก่อนลงโปรแกรมหนัก (เช่น ตรวจน้ำตาล ไขมันในเลือด ความดัน)
  • หากมีโรคประจำตัว ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเริ่มออกกำลังกายหรือโปรแกรมใด ๆ

15 วิธีลดไขมันส่วนเกิน (จัดอันดับตามความปลอดภัยและใช้งานจริง)

1. รับประทานอาหารที่มีประโยชน์

  • เน้นผัก ผลไม้เต็มรูปแบบ เมล็ดพืชไม่ขัดสี โปรตีนคุณภาพ (ปลา ไก่ไม่ติดมัน ไข่ เต้าหู้)
  • หลีกเลี่ยงน้ำตาลเพิ่ม น้ำอัดลม และอาหารทอด

2. ควบคุมแคลอรี่ถึงแม้ว่าจะรับประทานอาหารที่มีประโยชน์

  • ลองลด 300–500 kcal/วัน จากการคำนวณความต้องการพื้นฐาน (BMR + กิจกรรม)

3. ดื่มน้ำ 

  • ก่อนมื้ออาหารช่วยลดการกินจุบจิบ และน้ำช่วยการเผาผลาญพลังงาน

4.ออกกำลังกายแบบผสม (คาร์ดิโอ + เวทเทรนนิ่ง)

  • คาร์ดิโอ 150–300 นาที/สัปดาห์ (ความเข้มปานกลาง)
  • เวทเทรนนิ่ง 2–3 ครั้ง/สัปดาห์ เพื่อสร้าง/รักษามวลกล้ามเนื้อ

5.หลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์ และอาหารแปรรูป

  • แอลกอฮอล์เพิ่มแคลอรี่และทำให้การตัดสินใจด้านโภชนาการแย่ลง

6. กินอาหารโปรตีนสูง ไขมันต่ำ

  • โปรตีนช่วยรักษามวลกล้ามเนื้อ ลดความหิว และเพิ่มการเผาผลาญพลังงานในขณะย่อยอาหาร

7. งดการกินอาหารสำเร็จรูปหรืออาหารแปรรูป

อาหารสำเร็จรูป เช่น ไส้กรอก อาหารแช่แข็ง ขนมปัง มาการีน ไอศกรีม เป็นอาหารที่ให้พลังงานสูง และมักมีน้ำตาล โซเดียม และไขมันอิ่มตัวในปริมาณสูงด้วย เมื่อรับประทานในปริมาณมากจะทำให้ร่างกายได้รับแคลอรี่มากเกินกว่าปริมาณที่ควรได้รับต่อวัน เมื่อร่างกายเผาผลาญไม่หมดก็ทำให้เกิดปัญหาไขมันสะสมตามมาได้ นอกจากนี้การรับประทานอาหารแปรรูปมากเกินไป ยังส่งผลกระทบต่อสุขภาพ ทั้งโรคอ้วน โรคเบาหวาน และโรคความดันโลหิตสูง

8. งดสูบบุหรี่

การสูบบุหรี่จะทำให้ร่างกายได้รับสารนิโคติน ที่ส่งผลต่อกระบวนการเผาผลาญคอเลสเตอรอล (เร่งอัตราเผาผลาญอาหารของร่างกายให้สูงขึ้น แต่จะเกิดขึ้นเพียงในชั่วระยะเวลาสั้น ๆ เท่านั้น เมื่อหยุดสูบระบบเผาผลาญจะลดลง ทำให้น้ำหนักขึ้น) นอกจากจะทำให้เกิดไขมันสะสม ยังทำให้เส้นเลือดอุดตันได้เร็วขึ้น เพราะร่างกายไม่สามารถส่งคอเลสเตอรอลไปยังตับ เพื่อกำจัดออกจากร่างกายได้

9. ขยับร่างกายระหว่างวัน (NEAT เพิ่มขึ้น)

  • ยืน เดินขึ้นบันได ลุกทุกชั่วโมง — ช่วยเผาผลาญ 100–300 kcal/วัน

10. กินของว่างที่มีประโยชน์

ถั่ว ผลไม้ โยเกิร์ตไขมันต่ำ — ลดการกินอาหารขยะ

11. พักผ่อนให้เพียงพอ (7–9 ชั่วโมง)

  • ช่วยลดฮอร์โมนกระตุ้นความหิวและการสะสมไขมัน

12. จัดการความเครียด

  • ฝึกหายใจ โยคะ เดินธรรมชาติ หรืองานอดิเรกเพื่อลดคอร์ติซอล

13. ดูดไขมัน

มาถึงวิธีลัดสำหรับการลดไขมัน โดยใช้เครื่องมือดูดไขมัน ที่มีหลักการคือใช้พลังงานที่แตกต่างกันในการทำให้ก้อนไขมันแตกตัว และดูดออกมาจากร่างกาย อาจเป็นวิธีที่ง่าย เห็นผลเร็ว แต่ข้อเสียคือจะบวมช้ำมากขึ้นและต้องพักฟื้นนานขึ้นอาจนานจนเกิน 1 เดือน หลังทำมักจะพบปัญหาผิวไม่เรียบในบริเวณที่ดูดไขมันได้ครับ อีกทั้งหากคนไข้ยังกลับไปใช้ชีวิตประจำวันเหมือนเดิม ไขมันส่วนเกินก็สามารถกลับมาได้อีก 

14. ฉีดเมโสแฟต สลายไขมันส่วนเกิน

สำหรับการฉีดเมโสแฟต เป็นอีกวิธีที่นิยมใช้สลายไขมันส่วนเกิน โดยเฉพาะบริเวณใบหน้า เป็นการใช้สารต่าง ๆ ที่มีงานวิจัยรองรับว่าสามารถออกฤทธิ์ในการสลายไขมัน ฉีดในบริเวณที่ต้องการลด ซึ่งมักจะหวังผลได้ไม่แน่นอน และอาจจะเห็นผลไม่ชัดเจน ขึ้นกับปัจจัยของร่างกายของแต่ละคนครับ แต่สามารถทำควบคู่ไปกับการลดด้วยวิธีอื่น เพื่อให้เห็นผลชัดเจนขึ้นได้ เช่น ใบหน้า เหนียง แก้ม

15. Cooltech Define (สลายไขมันด้วยความเย็น — Cryolipolysis)

  • วิธีไม่ผ่าตัด เหมาะกับการกำจัดไขมันเฉพาะจุด เช่น หน้าท้อง แก้ม เหนียง
  • ข้อดี: ไม่ต้องดมยาสลบ พักฟื้นน้อย
  • ข้อควรระวัง: ผลลัพธ์ต้องมีการประเมินโดยแพทย์ และใช้กับผู้ที่มีไขมันสะสมพอเหมาะ ไม่ใช่ทางแก้สำหรับการอ้วนทั่วร่างกาย

โปรแกรมแนะนำสำหรับ “คนอ้วนที่อยากเริ่ม”

  • สัปดาห์ 1–2: ตรวจสุขภาพ + ตั้งเป้าจากแพทย์/นักโภชนา + ปรับอาหารทีละจุด (ลดน้ำตาล เครื่องดื่ม)
  • สัปดาห์ 3–6: เริ่มออกกำลังกาย 3–4 ครั้ง/สัปดาห์ (คาร์ดิโอ 30–40 นาที + เวท 2 ครั้ง/สัปดาห์)
  • สัปดาห์ 7–10: เพิ่มความเข้มข้นคาร์ดิโอ/เวท ปรับแคลอรี่ตามผลน้ำหนัก
  • สัปดาห์ 11–12: ประเมินผล หากต้องการสลายไขมันเฉพาะจุด ให้ปรึกษาแพทย์เรื่อง Cooltech Define หรือเมโสแฟต (เฉพาะผู้ที่มีไขมันเฉพาะจุดพอเหมาะ)

สรุป

Wachi Clinic คลินิกเสริมความงามโคราช พร้อมด้วยเครื่องมือ Cooltech Define แท้ และทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ยินดีให้คำปรึกษาเพื่อออกแบบรูปร่างในฝันของคุณ ติดต่อเราเพื่อประเมินสัดส่วนและจองคิวรับบริการสลายไขมันด้วยความเย็นได้เลยวันนี้!


คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Q: คนอ้วนสามารถใช้ Cooltech Define ได้หรือไม่?
A: ได้ในกรณีที่เป็น “ไขมันเฉพาะจุด” และผู้เข้ารับการรักษามีสุขภาพเหมาะสม แพทย์จะประเมินก่อนทุกครั้ง แต่หากมีภาวะอ้วนรุนแรง ควรลดน้ำหนักเป็นอันดับแรก

Q: แค่คุมอาหารกับออกกำลังกายไม่พอ ทำไมยังลดยาก?
A: อาจมีปัจจัยอื่นร่วม เช่น ฮอร์โมน ความเครียด ยาบางชนิด หรือไขมันในช่องท้องที่ตอบสนองช้ากว่า ควรตรวจสุขภาพและปรึกษาแพทย์/นักโภชนาการ

Q: Cooltech Define มีผลข้างเคียงไหม?
A: อาจมีอาการชาที่บริเวณที่ทำ ชาเล็กน้อย แดง หรือบวมชั่วคราว ปกติหายภายในไม่กี่สัปดาห์ ควรทำโดยคลินิกที่มีแพทย์และเครื่องแท้

Q: กลับมาโยโย่หลังทำหัตถการได้ไหม?
A: หากกลับไปใช้ชีวิตเดิมและกินเกินความต้องการ ไขมันใหม่สามารถสะสมได้อีก การเปลี่ยนพฤติกรรมยังคงสำคัญ