การทำ Oligio ควบคู่กับ HIFU กลายเป็นโปรแกรมยกกระชับที่ได้รับความนิยมอย่างมากในปี 2025-2026
เพราะเป็นการผสานพลังของ 2 เทคโนโลยี เพื่อแก้ปัญหาผิวได้อย่างครอบคลุมทุกชั้นผิวในแบบ “Double Lifting” ช่วยยกกระชับผิวให้แน่นขึ้น กรอบหน้าชัด ร่องแก้มดูตื้น พร้อมกระตุ้นคอลลาเจนทั้งชั้นตื้นและชั้นลึกในครั้งเดียว
หากคุณกำลังมองหาโปรแกรมยกกระชับในโคราช และหาคลินิกความงามในโคราชที่ไหนดี ต้องห้ามพลาดบทความนี้
ทำไมควรทำคู่กัน?
การทำร่วมกันจะช่วยให้ผลลัพธ์ชัดเจนและยาวนานขึ้น โดยมีหลักการทำงานดังนี้:
• HIFU (ชั้นลึก): ใช้คลื่นอัลตราซาวด์ยิงลึกถึงชั้น SMAS (ชั้นเดียวกับที่ใช้ผ่าตัดดึงหน้า) เพื่อยกโครงหน้าให้กระชับและดึงแก้มที่หย่อนคล้อยขึ้น
• Oligio (ชั้นตื้น-กลาง): ใช้คลื่นวิทยุ (RF) เน้นเก็บงานผิวชั้นหนังแท้ ช่วย สลายไขมันสะสม (แก้ม/เหนียง) กระชับรูขุมขน และกระตุ้นคอลลาเจนให้ผิวดูแน่นและฟูขึ้น
ประโยชน์ของการทำคู่กัน
- เห็นผลไวและชัดเจน: ผิวจะดูยกกระชับทันทีประมาณ 20-30% หลังทำ และจะเห็นผลชัดเจนที่สุดในช่วง 1-3 เดือน
- แก้ปัญหาได้ครบ: ทั้งหน้าบานจากไขมัน (Oligio) และหน้าหย่อนจากโครงผิว (HIFU)
- ผลลัพธ์อยู่นานขึ้น: การกระตุ้นคอลลาเจนหลายชั้นผิวช่วยให้ผิวคงความอ่อนเยาว์ได้นานประมาณ 6-12 เดือน (ขึ้นอยู่กับการดูแล)

เทคโนโลยีของ Oligio และ Hifu ต่างกันอย่างไร
Oligio
เทคโนโลยีที่ใช้พลังงาน Monopolar RF (Radio Frequency) ส่งความร้อนลงสู่ผิวในระดับชั้น Dermis (หนังแท้) เพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินใหม่แบบทั่วถึง ความร้อนที่ปล่อยออกมาอย่างสม่ำเสมอจะทำให้ผิวที่เริ่มหย่อนคล้อยกลับมาตึงกระชับขึ้นโดยไม่ทำลายผิวชั้นบน
การใช้คลื่นวิทยุ (RF) ฟื้นฟูผิวชั้นกลางให้กลับมาแน่น กระชับมากยิ่งขึ้น ข้อดีของ RF คือให้ผลลัพธ์แบบ “Soft Lifting” หรือการยกกระชับอย่างอ่อนโยน ไม่เจ็บ ไม่บวม และสามารถฟื้นฟูความแน่นของผิวได้ทั้งใบหน้า เหมาะกับผู้ที่เริ่มมีสัญญาณผิวหย่อนคล้อยหรือปัญหาผิวต่างๆ แต่ยังไม่รุนแรง
Hifu
Hifu หรือ High-Intensity Focused Ultrasound เป็นเทคโนโลยีที่ใช้คลื่นเสียงความถี่สูงแบบโฟกัสเจาะจง ยิงพลังงานลงลึกถึงชั้น SMAS (Superficial Musculo-Aponeurotic System) ซึ่งเป็นชั้นใต้ผิวที่ศัลยแพทย์ดึงเวลาทำ Facelift การใช้คลื่นเสียงความเข้มข้นสูงในการยกกระชับถึงโครงสร้างใต้ผิว
Hifu สามารถทำได้บริเวณใบหน้า, แก้ม, เหนียง, คอ นอกจากนั้นยังสามารถทำบริเวณต้นแขน ต้นขา และส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย จุดเด่นของ Hifu คือช่วยในการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินในชั้นผิว

Oligio เหมาะกับใคร
- ผู้ที่เริ่มมีปัญหาผิวหย่อนแต่ไม่มาก
- ผู้ที่ต้องการฟื้นฟูความแน่นของผิว
ผู้ที่มีริ้วรอยเล็กๆ ผิวหมอง หรือรูขุมขนกว้าง - ผู้ที่มีปัญหาหนังตาตก คิ้วตก หรือมุมปากตกเล็กน้อย
- ผู้ที่กลัวเจ็บหรือมีผิวบอบบาง
Hifu เหมาะกับใคร
- ผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อยชัดเจน
- ผู้ที่ต้องการยกกระชับกรอบหน้า แก้ม เหนียง
ผู้ที่อยากเห็นผลทันทีหลังทำ - ผู้ที่ต้องการปรับกรอบหน้าอย่างชัดเจน
ระยะเวลาการเห็นผล และความถี่ในการทำ
- Oligio เห็นผลเต็มที่ใน 1–2 เดือนหลังทำ อยู่ได้ประมาณ 6 เดือนถึง 1 ปี ขึ้นอยู่กับอายุและการดูแลผิว
- Hifu เห็นผลบางส่วนทันที และเห็นผลชัดเจนใน 1–2 เดือน อยู่ได้ประมาณ 4 ถึง 6 เดือน
สรุป การทำ Oligio ควบคู่กับ HIFU โดยมีข้อดีหลักๆ 4 ด้าน ดังนี้
1. ยกกระชับครบทุกชั้นผิว (Full Layer Lifting)
HIFU: ส่งพลังงานลงลึกถึง ชั้น SMAS (ชั้นที่ใช้ผ่าตัดดึงหน้า) ช่วยยกโครงหน้าที่หย่อนคล้อยให้ดึงขึ้นจากฐานล่าง
Oligio: เน้นพลังงานความร้อนที่ ชั้นหนังแท้ (Dermis) ช่วยให้ผิวชั้นบนที่ย้วยหรือห้อย ยืดหดกลับมาแน่น (Skin Tightening) เหมือนการรีดผิวให้เรียบตึง
2. แก้ปัญหา “แก้มเยอะ + หนังหย่อน” ในครั้งเดียว
หากคุณมีปัญหา แก้มห้อยหรือเหนียง จากทั้งไขมันและผิวที่ไม่กระชับ การทำคู่กันจะช่วยได้ดีมาก เพราะ Oligio จะช่วยสลายไขมันส่วนเกินและทำให้ผิวสมานตัวแน่นขึ้น ส่วน HIFU จะทำหน้าที่ดึงแก้มส่วนที่ตกให้เชิดขึ้น
3. งานผิวดูอ่อนเยาว์และละเอียดขึ้น (Glass Skin Effect)
Oligio เด่นมากเรื่องการกระตุ้นคอลลาเจนและอีลาสติน ทำให้รูขุมขนเล็กลง ผิวฟู และดูฉ่ำวาวแบบสุขภาพดี เมื่อบวกกับ HIFU ที่ช่วยปรับกรอบหน้าให้ชัด (Jawline) จะทำให้หน้าดูเด็กลงอย่างเป็นธรรมชาติ ไม่แข็งทื่อ
4. ผลลัพธ์อยู่ได้นานขึ้น
การกระตุ้นผิวจากหลายกลไกพร้อมกันช่วยให้การสร้างคอลลาเจนใหม่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ผลลัพธ์โดยรวมจึงมักจะอยู่ได้นานกว่าปกติ (เฉลี่ย 8-12 เดือน ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและการดูแลตัวเอง)
วาชิคลินิก คลินิกความงามโคราช มีโปรโมชั่นสุดคุ้ม ต้อนรับ ปี 2569 โดยมีราคาค่าบริการดังนี้
โปรแกรม Oligio 100 Shots + HIFU 100 Shots
4,990.- (จากราคาปกติ Oligio อย่างเดียว 100 Shots 4,990.-)



